คนที่ขอโทษบ่อย ไม่ได้แปลว่าเขาผิดบ่อย

ภาพกล่องข้อความสองอัน พร้อมข้อความ คนที่ขอโทษบ่อย ไม่ได้แปลว่าเขาผิดบ่อย และเครดิตพี่ต๋อง

คำตอบสั้นของผม: จำนวนครั้งที่ใครพูดว่า “ขอโทษ” ยังบอกไม่ได้ว่าเขารับผิดชอบต่อความผิดกี่ครั้งครับ ลองฟังว่าเขาขอโทษเรื่องอะไร แล้วดูข้อเท็จจริงของเรื่องนั้นแยกกัน ถ้ามีสิ่งที่เขาทำผิด ก็ช่วยกันคุยว่าจะรับผิดชอบและแก้อย่างไร ถ้าไม่ได้เป็นความผิดของเขา เราไม่จำเป็นต้องย้ายความผิดไปให้เขาเพียงเพราะเขาพูดคำนี้ก่อน

เราได้ยินคำขอโทษในหลายจังหวะ ทั้งหลังทำให้ใครเสียใจ ก่อนถามอะไร ระหว่างขอความช่วยเหลือ หรือเมื่ออีกคนเจอสถานการณ์ที่ไม่สบายใจ คำเดียวกันจึงอาจทำหน้าที่ต่างกัน การฟังแค่คำแล้วรีบสรุปว่าใครผิด อาจทำให้เราไม่ได้ฟังเรื่องที่เขากำลังพยายามบอก

บางครั้งคนที่พูดคำนี้บ่อยคือตัวเราเอง ก่อนจะตำหนิตัวเองว่าอ่อนแอ หรือพยายามเลิกพูดทั้งหมด ลองหยุดดูทีละเรื่องก็ได้ครับ เรากำลังขอโทษต่อการกระทำของเรา ขอจังหวะเข้าร่วมบทสนทนา หรือแสดงความห่วงใยต่อสิ่งที่อีกคนเผชิญอยู่?

เขากำลังขอโทษต่ออะไร?

คำขอโทษต่อการกระทำของตัวเองควรเชื่อมกับสิ่งที่เกิดขึ้น คนพูดระบุได้ว่าทำอะไร ส่งผลต่อใคร และจะรับผิดชอบอย่างไร การได้ยินคำว่า “ขอโทษ” จึงเป็นจุดเริ่มของการคุย ไม่ได้ทำให้เรื่องที่ต้องแก้หายไปโดยอัตโนมัติ

แต่คำขอโทษบางอย่างไม่ได้เป็นการยอมรับว่าตัวเองก่อเหตุ งานของ Brooks, Dai และ Schweitzer ศึกษาคำขอโทษต่อสถานการณ์ที่ผู้พูดไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง และพบว่าคำพูดลักษณะนี้อาจสื่อความใส่ใจต่อคนที่กำลังเจอเรื่องไม่ดีได้ อ่านบทคัดย่อของงานวิจัยปี 2014

ประเด็นที่นำมาใช้ได้อย่างระมัดระวังคือ คำขอโทษอาจมีหน้าที่มากกว่าการสารภาพผิด งานนี้ไม่ได้บอกว่าใครที่ขอโทษบ่อยย่อมเป็นคนเห็นอกเห็นใจ หรือไม่เคยทำผิด และไม่ใช่หลักฐานให้ทำนายความสัมพันธ์ของคนใดคนหนึ่งจากความถี่ของคำพูด

ถ้ายังไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ลองถามให้เปิดได้หลายคำตอบ เช่น “คุณกำลังกังวลเรื่องไหนอยู่ครับ” หรือ “มีส่วนไหนที่อยากให้ผมเข้าใจเพิ่มไหม” การถามแบบนี้ช่วยให้คนพูดกำหนดความหมายของตัวเองได้ มากกว่าที่เราจะบอกแทนว่าเขาคิดอะไร

ขอโทษแล้ว แปลว่าเขาผิดจริงหรือ?

ความรับผิดชอบควรพิจารณาจากเรื่องที่เกิดขึ้น ข้อตกลงที่มี และสิ่งที่แต่ละคนทำหรือไม่ได้ทำ ไม่ควรแจกให้คนที่พูดขอโทษเร็วที่สุด และไม่ควรยกเว้นให้คนที่ไม่พูดคำนี้เลย

ถ้าคนหนึ่งเล่าว่าตัวเองผิดทั้งหมด เราอาจรับฟังความรู้สึกนั้นได้ พร้อมกับตรวจข้อเท็จจริงต่อ การยอมรับว่าเขารู้สึกผิดไม่ได้แปลว่าเราต้องเห็นด้วยกับข้อสรุปทุกอย่างของเขา เช่นเดียวกัน การปลอบว่า “คุณไม่ผิดหรอก” ทั้งที่ยังไม่รู้เรื่องครบ ก็อาจปิดโอกาสคุยสิ่งที่ต้องรับผิดชอบจริง

“ผมได้ยินว่าคุณกังวลมาก เราลองดูทีละส่วนว่าเกิดอะไรขึ้น และส่วนไหนที่คุณแก้ได้กันไหมครับ”

ประโยคนี้ไม่ได้ลบความรู้สึกของเขา และยังไม่รีบตัดสินข้อเท็จจริง

ถ้าเราเป็นคนที่ขอโทษบ่อย ควรทำอย่างไร?

ลองสังเกตคำขอโทษของตัวเองหนึ่งครั้งในวันนี้ โดยไม่ต้องนับเพื่อให้คะแนนตัวเอง เขียนสั้น ๆ ว่าก่อนพูดเกิดอะไรขึ้น เราต้องการสื่ออะไร และหลังพูดแล้วอีกคนได้รับข้อมูลนั้นครบหรือยัง

ถ้าเราทำให้ใครเสียหาย คำขอโทษที่ระบุเรื่องและการแก้ไขย่อมตรงกับสิ่งที่ต้องคุยมากกว่า การเปลี่ยนทุกครั้งให้เป็นคำขอบคุณอาจทำให้ส่วนที่ต้องรับผิดชอบหายไป จึงไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคเปลี่ยนคำแบบเดียวกับทุกสถานการณ์

ถ้าเราต้องการขอเวลาหรือความช่วยเหลือ อาจลองพูดความต้องการให้ชัดขึ้น เช่น “ขอถามเพิ่มหนึ่งข้อได้ไหมครับ” หรือ “ช่วยอธิบายช่วงนี้อีกครั้งได้ไหมครับ” ประโยคเหล่านี้เป็นทางเลือกให้ทดลอง ไม่ใช่ข้อห้ามใช้คำขอโทษ

ถ้าเราอยากแสดงความห่วงใย อาจบอกสิ่งที่เห็นและถามว่าอีกคนต้องการอะไร เช่น “ฟังแล้วเรื่องนี้หนักสำหรับคุณ อยากให้ผมช่วยฟังต่อหรือช่วยคิดทางออกครับ” แต่ควรปล่อยให้เขาบอกว่าต้องการแบบไหน ไม่สรุปแทนว่าการช่วยคิดย่อมดีกว่าการฟัง

รับคำขอโทษอย่างไร โดยไม่เร่งให้เรื่องจบ?

เมื่อเราเป็นคนฟัง ไม่จำเป็นต้องรีบตอบว่า “ไม่เป็นไร” ถ้าเรื่องนั้นยังส่งผลกับเราอยู่ เรารับรู้คำขอโทษและบอกสิ่งที่ยังต้องคุยต่อได้พร้อมกัน เช่น “ขอบคุณที่บอกครับ เรื่องนี้ยังมีส่วนที่ผมอยากคุยว่าจะจัดการต่ออย่างไร”

งานทบทวนของ Schumann ว่าด้วยอุปสรรคในการขอโทษหลังเกิดการกระทำที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย ชวนให้เห็นว่าการขอโทษเกี่ยวข้องกับทั้งความสัมพันธ์และวิธีที่คนมองตัวเอง แต่ไม่ได้ใช้ความถี่ของคำขอโทษตัดสินว่าใครเป็นผู้ทำผิด อ่านบทคัดย่อของงานทบทวนปี 2018

สำหรับบทสนทนาของเรา สิ่งที่ควรตามดูคือคนพูดเข้าใจผลที่เกิดขึ้นหรือไม่ และมีการรับผิดชอบส่วนที่ทำได้อย่างไร ความรู้สึกดีขึ้นหลังได้ยินคำขอโทษมีความหมาย แต่ไม่จำเป็นต้องแทนการตกลงเรื่องที่ยังค้างอยู่ทั้งหมด

อีกด้านหนึ่ง ถ้าเรื่องนั้นไม่ใช่ความผิดของคนพูด เราสามารถบอกให้ชัดโดยไม่ตำหนิว่าเขาขอโทษมากเกินไป เช่น “ส่วนนี้ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของคุณครับ ขอบคุณที่ช่วยบอกข้อมูล เราค่อยดูว่าจะทำอะไรต่อได้บ้าง”

ทำไมควรอ่านคนให้ช้าลงอีกนิด?

ก่อนสรุปว่าใครขี้เกรงใจ ขาดความมั่นใจ หรือผิดเสมอ ลองย้อนดูว่าเรารู้เรื่องของเขามากพอหรือยัง ความถี่ของคำพูดเป็นสิ่งที่สังเกตได้ แต่คำอธิบายว่าทำไมเขาพูดเป็นสิ่งที่เราต้องตรวจเพิ่ม

เราฟังคำขอโทษได้โดยไม่เปลี่ยนมันเป็นป้ายติดตัวคน และเราตรวจความรับผิดชอบได้โดยไม่มองข้ามความรู้สึก สองอย่างนี้อยู่ในบทสนทนาเดียวกันได้ครับ

คำถามที่พบบ่อย

ขอโทษบ่อยแปลว่าไม่มั่นใจหรือไม่?

ยังสรุปไม่ได้จากความถี่อย่างเดียวครับ ต้องรู้บริบทและฟังคำอธิบายจากเจ้าตัวด้วย ไม่ควรใช้คำนี้วินิจฉัยบุคลิกหรือภาวะทางใจของใคร

ควรเปลี่ยนคำขอโทษเป็นคำขอบคุณทุกครั้งไหม?

ไม่จำเป็นครับ ถ้าทำผิดจริงควรรับผิดชอบให้ตรงเรื่อง ถ้าต้องการขอเวลา ความช่วยเหลือ หรือแสดงความใส่ใจ ก็เลือกถ้อยคำให้ตรงความต้องการได้

รับคำขอโทษแล้วต้องให้อภัยทันทีหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเร่งตัวเองครับ เรารับรู้ว่าอีกคนขอโทษ พร้อมกับบอกผลกระทบและสิ่งที่ยังต้องจัดการได้ การตัดสินใจเรื่องความสัมพันธ์ต้องดูบริบทของเราเองด้วย

วันนี้ลองฟังคำขอโทษหนึ่งครั้งให้จบก่อนตีความครับ คุณได้ยินว่าเขากำลังรับผิดชอบ ขอพื้นที่ หรือพยายามบอกความห่วงใยอะไรอยู่?

อ่านต่อ: คนเงียบในที่ประชุม อาจมีเรื่องที่เรายังไม่ได้ยิน · แบบทบทวนตัวเอง · คำถามคุยตัวต่อตัว · คำถามที่พบบ่อย

แหล่งอ้างอิง

  • Brooks, A. W., Dai, H., & Schweitzer, M. E. (2014). I’m Sorry About the Rain! Superfluous Apologies Demonstrate Empathic Concern and Increase Trust. Social Psychological and Personality Science. https://doi.org/10.1177/1948550613506122
  • Schumann, K. (2018). The Psychology of Offering an Apology: Understanding the Barriers to Apologizing and How to Overcome Them. Current Directions in Psychological Science. https://doi.org/10.1177/0963721417741709

ได้ประโยชน์จากบทความนี้ไหมครับ?

รับบทความสั้นเรื่องคนและทีมทางอีเมล อีเมลแรกมีชุดใบงานทีม 4 ใบ (PDF) ให้เก็บไว้ใช้ · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

พี่ต๋อง · โสภณ มีสกุล

ชอบบทความนี้ไหมครับ?
รับเรื่องคนและทีมแบบนี้ทางอีเมล

บทความสั้นที่หัวหน้าและ HR หยิบไปใช้กับทีมได้จริง อีเมลแรกมี ชุดใบงานทีม 4 ใบ (PDF) รวมไว้ให้ในที่เดียว

เลือกรับรายวันหรือรายสัปดาห์ได้ · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ · ไม่มีโฆษณาหลักสูตร

ไว้ก่อน อ่านต่อเลย

พี่ต๋อง · โสภณ มีสกุล

ชอบบทความนี้ไหมครับ?
รับเรื่องคนและทีมแบบนี้ทางอีเมล

บทความสั้นที่หัวหน้าและ HR หยิบไปใช้กับทีมได้จริง อีเมลแรกมี ชุดใบงานทีม 4 ใบ (PDF) รวมไว้ให้ในที่เดียว

เลือกรับรายวันหรือรายสัปดาห์ได้ · ยกเลิกได้ทุกเมื่อ · ไม่มีโฆษณาหลักสูตร

ไว้ก่อน อ่านต่อเลย